เทศนาธรรมของพระอาจารย์ที่อเมริกา







    เมื่อวันเสาร์ที่  25 พฤษภาคม  ค.ศ. 2013   พระพุทธาจารย์เหลียนเซินหลูเซิ่งเยี่ยนได้เป็นผู้นำสวดในพิธีสรรเสริญองค์ประจำตน “คุรุปัทมสมภพ” พร้อมศิษย์ที่เดินทางมาจากประเทศต่างๆทั่วโลกเพื่อมาร่วมพิธีอันศักดิ์สิทธิ์นี้
    หลังจากจบพิธีลง  ก็มีศิษย์สามีภรรยาคู่หนึ่งออกมาเล่ายืนยันถึงเรื่องที่เคยได้รับการประทานพรปกคลุมจากพระอาจารย์เพียงครั้งเดียว และสามารถทำให้เลือดที่คั่งในสมองหายไปได้อย่างน่าอัศจรรย์(ตามภาพ)  พร้อมกล่าวขอบคุณความกรุณาของพระอาจารย์   ซึ่งคณะศิษย์ทั้งหลายที่อยู่ในเหตุการณ์ได้ฟังแล้วต่างอนุโมทนาปรบมือดังกึกก้อง จากนั้นพิธีกรได้นิมนต์พระอาจารย์ให้โอวาทแก่ลูกศิษย์ความว่า…
    พระอาจารย์ขอขอบคุณแขกผู้มีเกียรติทุกท่านตลอดจนศิษย์ทั้งหลายที่มาวัดเหลยจั้ง  และกล่าวถึงชีวิตในชาตินี้ของท่านว่าได้เห็นลูกศิษย์มากมายหลังจากรับการประทานพรปกคลุมจากพระอาจารย์แล้วเกิดเหตุอัศจรรย์  อย่างเช่น ลูกศิษย์ที่อยู่ไต้หวันคนหนึ่ง  ตรงหัวไหล่ของเขามีเนื้องอกใหญ่มาก แต่หลังจากได้รับการประทานพรปกคลุมแล้วไม่นาน  เนื้องอกนั้นก็ค่อยๆ ฝ่อจนมีขนาดเล็กลง  และยังมีศิษย์อีกคนหนึ่งเดิมเป็นคนหลังค่อม   แต่หลังจากได้รับการประทานพรปกคลุม หลังของเขาก็กลับมาตรงเช่นคนปกติอย่างน่าพิศวงยิ่ง  ยังมีลูกศิษย์ที่เป็นโรคคอพอกแต่เมื่อได้ รับการประทานพรปกคลุมแล้วก็หายเป็นปกติเช่นกัน  ล่าสุดก็คือลูกศิษย์ที่อยู่เมืองซีแอตเทิลมีเลือดคั่งในสมองดังได้กล่าวแล้วข้างต้น  ตัวอย่างทำนองนี้ยังมีอีกมากมายจนเล่าไม่รู้จบ  แต่พระอาจารย์บอกว่าเหตุอันน่าพิศวงเช่นนี้ล้วนมาจากการได้รับการประทานพรปกคลุมของพระพุทธโพธิสัตว์   ความเมตตากรุณาและถ่อมเนื้อถ่อมตนของพระอาจารย์เช่นนี้   ทำให้ได้รับเสียงปรบมือชื่นชมอย่างกึกก้องจากบรรดาลูกศิษย์
    ต่อมา   พระอาจารย์ได้หยิบยกสาระในพระสูตร “สุญญตาแห่งมหาปีติสุข” บทที่42 ว่าด้วย “พระพุทธเจ้าที่แท้จริง” โดยสรุปว่า..
“ประเด็นสำคัญที่สุดของคุยหยานคือสายธรรมสันตติ” และกล่าวต่ออีกว่า  ผู้บำเพ็ญธรรมของคุยหยานต้อง “อี้กุยอี”(หมายถึงผู้บำเพ็ญธรรมของคุยหยานจะนับถืออาจารย์หลายท่านได้  แต่พระคุรุมูลฐานมีเพียงท่านเดียวเท่านั้น)   สำหรับพระคุรุมูลฐานต้องอยู่เหนือศีรษะเราตลอด  ความศรัทธาต้องมีเต็มเปี่ยม จึงจะเกิดพลังได้
หากผู้บำเพ็ญธรรมไม่เชื่อใจพระคุรุมูลฐานของตน   กระทั่งเกิดความสงสัยพระคุรุมูลฐานของตน  การบำเพ็ญธรรมจะเกิดพลังได้อย่างไร  จะสำเร็จมรรคผลได้อย่างไร
พระอาจารย์ได้ยกตัวอย่างตัวท่านเองว่าทุกครั้งก่อนที่ท่านจะเทศนาธรรม    ก็จะต้องเอ่ยพระนามของพระคุรุมูลฐานก่อนเสมอ  เช่นขอคารวะหลวงพ่อเหลี่ยวหมิง(สายแดง)  พระคุรุทูเตินตาร์จิ(สายเหลือง)  มหารัตนธรรมราชาที่สิบหกกามาปะ(สายขาว)  พระคุรุสักกะเจิ้นคง(สายลาย) นี่หมายถึงสำหรับสายธรรมสันตติที่ล้ำค่าแห่งพระคุรุมูลฐานจะอยู่เหนือศีรษะเราตลอด  ทำให้ตนเองเกิดมโนสำนึกอันเป็นพุทธคุณที่แท้จริงต่อพระคุรุมูลฐาน  ใช้กาย วาจา ใจที่สะอาดบริสุทธิ์กราบไหว้เบื้องพระบาทดอกบัวของพระคุรุมูลฐานแล้วอะไรคือการถวายด้วยกาย วาจา ใจที่สะอาดบริสุทธิ์
         กาย.........ถวายด้วยกายที่สะอาดบริสุทธิ์
         วาจา........ต้องสรรเสริญพระคุรุมูลฐาน  สรรเสริญพระพุทธ  ให้เทศนาด้วยวาจา
         มโน.........ในมโนจิตจะไม่มีกิเลสแม้แต่น้อย  จะมีก็แต่พระพุทธ  พระธรรม 
                         พระสงฆ์เท่านั้น
    พระวัชราจารย์ที่แท้จริง  สามารถประทานอภิเษก 4 ชนิดแก่เหล่าลูกศิษย์   คือ  อภิเษกนอก   อภิเษกใน   อภิเษกลับ  อภิเษกลับสุดยอด   พระวัชราจารย์ที่แท้จริงสามารถสั่งสอนลูกศิษย์จนตรัสรู้และบรรลุพุทธลักษณ์ได้   สิ่งทั้งปวงนี้ล้วนมาจากพลังสายธรรมสันตติของพระคุรุมูลฐาน ต่อจากนั้น  พระอาจารย์ยังได้กล่าวว่าเคยอ่านพบประโยคทองที่ว่า “จิตสงบก็คือสันติสุข” คำพูดนี้ดีมาก แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าทำอย่างไรจึงจะมี  "จิตสงบ”  "จิตสงบ”ที่แท้จริงก็คือ “รู้แจ้งเห็นจริง” เข้าใจตนเอง  เข้าใจสัตยลักษณ์(รูปลักษณ์ที่แท้จริง)ของจักรวาล  กิเลสละขาดไปสิ้นแล้ว ถึงตอนนี้จิตใจก็จะถึงซึ่งความสงบได้  แต่หากยังไม่รู้แจ้งเห็นจริง  จะให้คนเรามี “จิตสงบ” ได้คงยากนัก
    พระอาจารย์ได้สอดแทรกเล่านิทานขำขันเรื่องหนึ่งว่า  มีนกน้อยตัวหนึ่งเดิมทีสวม "เสื้อเกราะกันกระสุน” เสมอ  แต่สุดท้ายไม่ทันได้ระวังตัว เผลอไปเต้น “ระบำเปลื้องผ้า” จึงถอดเสื้อเกราะกันกระสุนออก  เป็นการถอดออกมาอย่างขาดสติ  ที่สุดแล้วถูก”ยิงด้วยกระสุน” ล้มลงกับพื้น ท่ามกลางเสียงหัวเราะอันดังของผู้ฟังนั้น  พระอาจารย์ได้ขมวดประเด็นในนิทานขำขันเรื่องนี้ว่าแฝงคติสำคัญจุดหนึ่งคือ อันที่จริง”เสื้อเกราะกันกระสุน” นี้มีความสำคัญมาก  นักบำเพ็ญตนทุกคนล้วนต้องสวม “เสื้อเกราะกันกระสุน”  เนื่องเพราะแม้แต่ผู้รู้แจ้งอย่างโพธิสัตว์ซึ่ง “รู้แจ้งเห็นจริง” แล้วก็ยังต้องสวม  "เสื้อเกราะกันกระสุน”  ปกป้องรักษา “ภาวะโพธิรู้แจ้ง” ของตนเอง นั่นคือ  ต้องเตือนใจตนเองให้ระมัดระวังอยู่เป็นนิจ  มิฉะนั้นพอเผลอไผลไม่ระมัดระวังเต้น  "ระบำเปลือย” (ปล่อยตัวปล่อยใจตามอำเภอใจ)  อยู่ในโลกาปัญจกษัยนั้นก็จะ “ถูกยิงด้วยลูกกระสุน” ได้
    พระอาจารย์อธิบายต่อไปว่า  เสื้อเกราะกันกระสุนของผู้ที่รู้แจ้งนั้นก็คือ “หมื่นปฏิปทาของมหาบารมี” ผู้ที่รู้แจ้งแล้วต้องถึงพร้อมด้วย “ให้ทาน”  "ถือศีล”  "ขันติ”  "วิริยะ”   "ฌานสมาธิ”  กอปรกับ  "ปัญญา”  ต้องใช้  "หกปารมี”  มาตรวจสอบตัวเองเป็นประจำ  ปกป้องรักษาการ  "รู้แจ้ง” ของตนเอง  หมั่นเตือนตนเตือนใจอยู่เสมอว่าทำอะไรผิดบ้างหรือไม่  มีความโลภ  ความโกรธ  ความหลงบ้างหรือไม่
    ครั้นรู้แจ้งแล้ว  ต่อไปการจะพูด จะทำสิ่งใดก็ต้องให้สมกับความเป็นผู้รู้แจ้ง   พึงระมัดระวังตัว หมั่นเตือนใจตนเองในโพธิภาวะที่รู้แจ้งแล้วนั้น  ขอพวเราจงอย่าปล่อยตัวปล่อยใจจนหลงลืมโอวาทที่ล้ำค่าในคราวนี้

 

 

ข่าวสาร และ วรรณกรรม

เทศนาธรรมของพระอาจารย์ที่อเมริกา

พระธาตุของพระธรรมาจารย์ยี่หมิง

          วรรณกรรม "วิชาฤทธิ์เดชของคุยหยาน"
 วรรณกรรม "ประทีบสว่างในฉับพลัน"
 วรรณกรรม "การนิรมิตแห่งนรก"
 วรรณกรรม "การเปิดเผยมหาสังสารวัฎ"
 วรรณกรรม "พลังศักดิ์สิทธิ์ของมนตรา"
 วรรณกรรม "การท่องเที่ยวอีกรูปแบบหนึ่ง"
 
บริษัท ด้าเดน คัลเจอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด
21/97 หมู่ 8 แขวงลาดพร้าว เขตลาดพร้าว กทม 10230 โทร. 0813305008 , 0892456314 , 0877113110

Support by fristweb.net